

ริ้วรอยบนใบหน้าไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณที่บ่งบอกถึงความโรยราแห่งช่วงวัยเท่านั้น แต่ยังบ่งชี้ถึงการขาดความชุ่มชื้น ความเครียด และอื่นๆ อีกมากมาย เพราะ “ริ้วรอย” สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ในบทความนี้ Anna Clinic จะพาไปไขข้อสงสัยว่า ริ้วรอย คืออะไร? ริ้วรอยเกิดจากอะไร? และริ้วรอยแบ่งเป็นกี่ประเภท? พร้อมแนะนำวิธีลดริ้วรอย
ไขทุกข้อสงสัยริ้วรอย เกิดจากอะไร ?
ริ้วรอย คือ รอยพับ หรือรอยย่นที่เกิดจากกระบวนการสูญเสียคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) ของผิวหนัง โดยเป็นผลกระทบจากปัจจัยกระตุ้นหลายประการ อาทิ
- อายุที่เพิ่มมากขึ้น
อายุที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ร่างกายผลิตคอลลาเจน และอีลาสตินได้น้อยลง ส่งผลให้ชั้นผิวไม่เต่งตึงเท่าเดิม และเกิดเป็นริ้วรอยในที่สุดนอกจากนี้ อายุยังมีความสัมพันธ์กับการเสื่อมโทรมของกระดูกใบหน้า และชั้นผิวที่บางลง เมื่อกระดูกใบหน้าทรุดตัวลงจากอายุที่เพิ่มขึ้น ชั้นผิวหนังในบริเวณนั้นๆ จะยุบตัวลง และเกิดเป็นร่องให้เห็น
- รังสียูวี (UV)
รังสียูวีเป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำลายคอลลาเจน อีลาสติน และไฟเบอร์ในชั้นผิวหนัง ส่งผลให้เกิดริ้วรอย - ผิวขาดน้ำ
ผิวขาดน้ำสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำไม่เพียงพอ ไม่ทามอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer) อย่างสม่ำเสมอ หรือแม้กระทั่งการดื่มสุราเป็นประจำ - การแสดงสีหน้า
การขยับกล้ามเนื้อใบหน้าซ้ำๆ ส่งผลให้ผิวหนังที่มีความยืดหยุ่นน้อยเป็นริ้วรอยได้ง่าย เช่น หน้าผาก หว่างคิ้ว และหางตา - ความเครียด
ความเครียดสัมพันธ์กับการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างหาย โดยเฉพาะกรณีที่เกิดความเครียดบ่อย และสะสมเป็นเวลานาน
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ก่อให้เกิดริ้วรอย ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการผลิตสารอนุมูลอิสระของร่างกาย การสูบบุหรี่ หรือแม้กระทั่งการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย
ประเภทของริ้วรอย
ริ้วรอยบนใบหน้าสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ตามลักษณะ คือ
- ริ้วรอยตื้น (Fine Lines)
ริ้วรอยตื้น คือ ริ้วรอยที่มีลักษณะเป็นเส้นบาง และจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนเมื่อมีการขยับกล้ามเนื้อใบหน้า โดยมักเกิดจากการขาดความชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) สูญเสียความยืดหยุ่น และเกิดเป็นริ้วรอยบางๆ ให้เห็น
- ริ้วรอยร่องลึก (Deep Wrinkles)
ริ้วรอยประเภทนี้มีลักษณะเป็นเส้นค่อนข้างหนา และสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนแม้ไม่มีการขยับกล้ามเนื้อใบหน้า โดยเกิดจากความเสื่อมของโครงสร้างผิวในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ลงไป
โดยชั้นหนังแท้จะอยู่ลึกลงมาจากชั้นหนังกำพร้า ส่งผลให้การลดเลือนริ้วรอยทั้ง 2 ประเภท ต้องใช้วิธีการที่แตกต่างกันออกไป
รวม 3 วิธีลดริ้วรอย
การลดเลือนริ้วรอยสามารถทำได้หลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับประเภทของริ้วรอย ความเหมาะสมด้านงบประมาณ และความพึงพอใจส่วนบุคคล โดยวิธีลดริ้วรอยที่ได้รับความนิยม ได้แก่
- การทาสกินแคร์
การทาสกินแคร์กลุ่มเรตินอล (Retinol) วิตามินซี (Vitamin C) ไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) และกรดผลไม้ (AHA/BHA) สามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยตื้นได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเรตินอลที่สามารถซึมลึกลงไปในโครงสร้างชั้นผิวหนังกำพร้า พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินนอกจากนี้ยังควรทาสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดดเป็นประจำ เพื่อช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีในแสงแดด
อย่างไรก็ตาม การทาสกินแคร์ไม่สามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องลึกได้ เพราะเป็นริ้วรอยประเภทที่เกิดจากความเสื่อมสภาพในชั้นหนังแท้ ซึ่งสกินแคร์ส่วนใหญ่ไม่สามารถซึมลึกลงไปได้
- ฉีดโบท็อก
การฉีดโบท็อก คือ การฉีดสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A) เข้าไปยังชั้นหนังแท้ โดยโบท็อกจะออกฤทธิ์กับระบบประสาท ส่งผลให้กล้ามเนื้อในบริเวณนั้นๆ เกิดการคลายตัว และทำให้ริ้วรอยร่องลึกที่เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อดูตื้นขึ้น ซึ่งจะเริ่มเห็นผลภายใน 3-4 วัน และเห็นผลชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์นอกจากนี้ การฉีดโบท็อกยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยร่องลึกได้ด้วย โดยโบท็อกจะทำให้กล้ามเนื้อในบริเวณที่ฉีดขยับน้อยลง ส่งผลให้ชั้นผิวหนังถูกดึงเข้าหากัน และเกิดเป็นรอยพับได้น้อยลงตามไปด้วย
- ฉีดฟิลเลอร์
การฉีดฟิลเลอร์ คือ การฉีดสารเติมเต็มไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid หรือ HA) เข้าไปยังชั้นหนังแท้ โดยฟิลเลอร์จะจับกับน้ำในผิวและเซตตัวเป็นกลุ่ม ส่งผลให้ริ้วรอยร่องลึกที่เกิดจากผิวที่ยุบตัวดูอิ่มฟู และเรียบเนียนเสมอกันมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ฟิลเลอร์บางชนิดยังสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินได้ด้วย ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวให้ดูเต่งตึง และอิ่มน้ำมากยิ่งขึ้นโดยการฉีดฟิลเลอร์สามารถเห็นผลได้ทันที แต่ในบางกรณีอาจมีการบวมช้ำจากเข็ม ซึ่งสามารถหายไปได้เองภายใน 3-4 วัน หลังการฉีดประมาณ 2-4 สัปดาห์ ฟิลเลอร์จะเซตตัวคงที่ และผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นาน 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณและยี่ห้อของฟิลเลอร์ ตำแหน่งที่ฉีด และการดูแลตนเองหลังฉีด


สำหรับผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอยอย่างเห็นผล ควรเข้ารับการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อทำการวิเคราะห์สาเหตุของริ้วรอยอย่างแม่นยำ เพราะริ้วรอยแต่ละตำแหน่งอาจเกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป เช่น ริ้วรอยบริเวณหว่างคิ้วเกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ ในขณะที่ริ้วรอยร่องแก้มเกิดจากการทรุดตัวของโครงสร้างกระดูกใบหน้า ซึ่งทำให้ชั้นผิวยุบตัวเป็นร่อง
ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเลือกฉีดโบท็อก ฉีดฟิลเลอร์ หรือหัตถการลดเลือนริ้วรอยอื่นๆ ควรเข้ารับบริการกับคลินิกเสริมความงามที่น่าเชื่อถือ ซึ่งใช้ตัวยาแท้ที่ผ่านการรับรองจากอย. และสามารถตรวจสอบได้ เครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานและสะอาด ตลอดจนการดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
บอกลาริ้วรอยอย่างเห็นผลกับ Anna Clinic
แพทย์ประจำ Anna Clinic คือ ผู้เชี่ยวชาญในการปรับรูปหน้า ไม่ว่าจะเป็นการฉีดโบท็อก ฉีดฟิลเลอร์ และหัตถการด้านความงามอื่นๆ เพื่อลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า อีกทั้ง Anna Clinic ยังเลือกใช้ตัวยาแท้ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานอย. และดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
นอกจากนี้ เรายังเป็นผู้เชี่ยวชาญในหัตถการด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา โบท็อกลดกราม ฟิลเลอร์ปาก เมโสแฟต หรือยกกระชับใบหน้าด้วยเครื่องอัลเทอร่า
มั่นใจและปลอดภัยกว่า เพราะ Anna Clinic เลือกใช้ตัวยาแท้และอุปกรณ์การแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองมาตรฐานจากอย. พร้อมดูแลทุกปัญหาและให้คำปรึกษา หากสนใจโบท็อกลดเลือนริ้วรอย หรือต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อ Anna Clinic ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
โทร. 063-556-2626 หรือ LINE @annaclinic
อย่าลืมติดตามเราบน Social Media เพื่อติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ๆ
Facebook: Anna Clinic
Instagram: annaclinic
TikTok: annaclinic
YouTube: Anna Clinic Official





