>

ฉีดโบลดริ้วรอย ดีจริงไหม? สรุปข้อดีและข้อเสียของโบท็อกริ้วรอย

ฉีดโบลดริ้วรอย ดีจริงไหม? สรุปข้อดีและข้อเสียของโบท็อกริ้วรอย

ฉีดโบลดริ้วรอย ดีไหม

ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าถือเป็นปัญหากวนใจใครหลายๆ คน จนส่งผลให้รู้สึกไม่มั่นใจ เพราะทำให้ใบหน้าดูมีอายุ ไม่อ่อนเยาว์ อย่างไรก็ตาม ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าไม่ได้เกิดจากอายุที่มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเกิดจากปัจจัยอื่นๆ ได้อีก บทความนี้ Anna Clinic จะชวนมาทำความรู้จักวิธีลดริ้วรอยอย่างการฉีดโบริ้วรอย พร้อมตอบคำถามที่หลายคนสงสัย เช่น ฉีดโบท็อกหน้าบวมกี่วัน ฉีดตรงไหนได้บ้าง และราคาเท่าไหร่

หัวข้อทั้งหมด show

ปัจจัยที่ทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้า

  • กรรมพันธุ์ – ลักษณะที่ได้รับการถ่ายทอดจากพ่อและแม่
  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น – โดยริ้วรอยของคนส่วนใหญ่จะเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่อายุ 25 ปี ขึ้นไป
  • แสงแดด – ทั้ง UVA และ UVB ต่างก็มีส่วนทำให้ผิวหมองคล้ำ เป็นฝ้า และทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย
  • มลภาวะ – ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นหรือควัน มลภาวะเหล่านี้ต่างก็มีส่วนในการทำร้ายชั้นผิว
  • อนุมูลอิสระในร่างกายที่สูงเกินไป – มักได้รับการกระตุ้นจากความเครียด สุรา และบุหรี่

โดยริ้วรอยที่เกิดขึ้นสามารถแบ่งได้ 2 ประเภท คือ ริ้วรอยแบบตื้น มักมีขนาดเล็กและมีลักษณะร่องตื้น และริ้วรอยแบบลึก ซึ่งไม่สามารถคืนตัวสู่สภาพปกติได้

วิธีป้องกันริ้วรอยบนใบหน้า

สำหรับใครที่ยังไม่มีริ้วรอยบนใบหน้า สามารถทำตามวิธีด้านล่างนี้ เพื่อป้องกัน หรือชะลอการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า ส่วนใครที่เริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้าบ้างแล้ว ก็สามารถทำตามวิธีด้านล่างนี้ได้เช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยใหม่ และชะลอความลึกของริ้วรอยเดิม

  • ทาครีมบำรุงที่เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับชั้นผิว
  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ เพราะร่างกายขาดน้ำจะทำให้มีอาการผิวแห้งตามไปด้วย
  • ทาครีมกันแดด หรือหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดจัด เพื่อปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายด้วยแสงแดด
  • หลีกเลี่ยงการถูใบหน้าแรงๆ เพราะเป็นการทำร้ายชั้นผิว หากถูใบหน้าแรงๆ เป็นประจำอาจทำให้เกิดริ้วรอยได้
  • ฉีดโบลดริ้วรอย เป็นวิธีที่เห็นผลเร็วที่สุด อีกทั้งยังได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน

โบท็อกลดริ้วรอย มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง

โบท็อกคืออะไร? 

โบท็อกซ์ (Botox) คือชื่อทางการค้าของสาร Botulinum Toxin Type A ซึ่งเป็นสารที่สกัดจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติในการยับยั้งการทำงานของเซลล์ประสาท ทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวได้ตามปกติ ส่งผลให้ริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบนใบหน้าลดลง

โบท็อก ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง? 

โบท็อกเป็นทางเลือกที่นิยมเพราะเห็นผลเร็ว ไม่ต้องผ่าตัด และใช้เวลาในการทำหัตถการน้อย โดยสามารถแก้ไขปัญหาได้หลากหลาย ดังนี้

  • ลดริ้วรอยบนใบหน้า – ช่วยลดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว หางตา และบริเวณรอบๆ ปาก
  • ปรับรูปหน้า – การฉีดโบท็อกบริเวณกราม ช่วยให้หน้าเรียวขึ้น ทำให้กรอบหน้าชัดเจน
  • โบท็อกร่องแก้ม – ช่วยลดร่องแก้มที่ลึก ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยรูปหน้าดูมีมิติและสมส่วนมากขึ้น
  • ลดปัญหาเหงื่อออกมากเกินไป – สามารถฉีดเพื่อลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ และฝ่าเท้าได้
  • บรรเทาอาการปวดไมเกรน – การฉีดโบท็อกบริเวณขมับและรอบศีรษะสามารถช่วยลดอาการปวดไมเกรนได้
  • โบท็อกหน้าใส – นอกจากจะช่วยลดริ้วรอยแล้ว ยังช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้ผิวหน้าผลิตน้ำมันน้อยลง ส่งผลให้ผิวหน้าดูกระจ่างใส ไม่มัน

ข้อดีของการฉีดโบลดริ้วรอย

  • ราคาเข้าถึงได้

ปัจจุบัน การฉีดโบลดริ้วรอย ราคาไม่สูงมาก โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2,000-3,000 บาท ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณโบท็อกที่ใช้ ยี่ห้อ และคุณภาพของโบท็อก

  • ผู้คนเข้าถึงการทำหัตถการความงามได้สะดวกขึ้น

คลินิกเสริมความงามในปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงการทำหัตถการด้านความงามได้สะดวกขึ้น

  • มีโบท็อกหลากหลายสัญชาติให้เลือก

โบท็อกที่ได้รับความนิยมในการนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยมักมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่น และเยอรมัน ซึ่งมีหลากหลายยี่ห้อ มีราคาต่างกัน

  • เห็นผลหลังฉีดได้เร็ว

การฉีดโบท็อกลดริ้วรอยจะค่อยๆ ทำให้ริ้วรอยดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด และจะเห็นผลเต็มที่ใน 2 สัปดาห์

โบท็อกลดริ้วรอย ข้อเสียที่ควรระวัง

  • อาการดื้อโบท็อก

เป็นอาการที่ฉีดโบท็อกไปแล้วไม่เห็นผล เพราะเคยมีการฉีดโบท็อกในปริมาณที่สูงเกินไป หรือฉีดโบท็อกถี่เกินไป โดยปริมาณโบท็อกริ้วรอยที่ใช้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความลึกของริ้วรอย แต่ไม่เกิน 12-16 ยูนิต หากต้องการฉีดซ้ำในตำแหน่งเดิม ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 12 สัปดาห์ อีกสาเหตุหนึ่งที่สำคัญ คือ การฉีดโบท็อกปลอม ซึ่งสาเหตุนี้สามารถป้องกันได้ ด้วยการเลือกฉีดโบท็อกกับคลินิกที่น่าเชื่อถือเท่านั้น

  • อาการบวมแดงหรือช้ำ

ในบางรายหลังฉีดโบท็อกอาจมีอาการบวมแดงหรือช้ำ ซึ่งจะเห็นได้ในช่วง 1-2 วัน หลังฉีด แต่สามารถหายไปได้เอง แนะนำให้ใช้การประคบเย็น เพื่อลดอาการบวมและช้ำ 

  • อาการตึงบนใบหน้าที่เกิดจากการไหลของโบท็อก

หลังฉีดโบท็อกไม่เกิน 6-8 ชั่วโมง หากมีการนวดหรือคลึงในจุดที่ฉีดโบท็อก จะทำให้โบท็อกกระจายตัวไปยังกล้ามเนื้อส่วนอื่นบนใบหน้าที่ไม่ได้ต้องการฉีด อาจทำให้บริเวณนั้นรู้สึกตึง นอกจากนี้ การไหลของโบท็อกสามารถเกิดจากการนอนราบได้ด้วย ควรหลีกเลี่ยงการนอนราบในช่วง 3-4 ชั่วโมงแรก หลังจากฉีดโบท็อก

โบท็อกฉีดตรงไหนได้บ้าง สำหรับลดริ้วรอย

การฉีดโบลดริ้วรอยสามารถทำได้ในหลายบริเวณของใบหน้า โดยแต่ละจุดจะช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอยที่แตกต่างกัน โดยตำแหน่งยอดนิยมสำหรับการฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอยมีดังนี้

1. รอยเส้นขมวดคิ้ว (Glabellar Lines)

บริเวณระหว่างคิ้วถือเป็นจุดที่ได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากการขมวดคิ้วซ้ำๆ ก่อให้เกิดร่องลึกชัดเจน การฉีดโบท็อกซ์จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้คลายตัว ลดความเข้มของการขมวดคิ้ว ส่งผลให้ร่องรอยจางลงอย่างเห็นได้ชัด

2. ริ้วรอยบนหน้าผาก (Forehead Lines)

สำหรับคำถามที่ว่า หน้าผากย่น ฉีดอะไร โบท็อกคือคำตอบที่น่าสนใจ โดยหน้าผากมักเกิดเส้นริ้วแนวนอนจากการแสดงออกทางสีหน้า การฉีดโบท็อกซ์ช่วยจำกัดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อหน้าผาก ทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้นและช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยเพิ่มเติม

3. รอยตีนกาและรอบดวงตา

โบท็อกริ้วรอยใต้ตาสามารถช่วยลดรอยตีนกาซึ่งเป็นริ้วรอยที่กระจายจากหัวตาเมื่อยิ้มหรือหัวเราะ การฉีดบริเวณนี้จะยับยั้งการหดเกร็งของกล้ามเนื้อรอบดวงตา ทำให้ริ้วรอยจางลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาดูสดใสและอ่อนเยาว์มากขึ้น

4. ร่องแก้ม 

การฉีดโบท็อกเหมาะกับปัญหาร่องแก้มที่เกิดจากการยิ้มบ่อยๆ จนกล้ามเนื้อแข็งเกินไป อย่างไรก็ตาม ควรใช้ร่วมกับฟิลเลอร์เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ และร่องแก้มดูเต็มมากยิ่งขึ้น

ฉีดโบลดริ้วรอย กี่วันเห็นผล? 

หลังจากฉีดโบลดริ้วรอย ผลลัพธ์จะเริ่มปรากฏความเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นประมาณ 30% ทันที และปรากฏชัดเจนที่สุดหลังจากฉีดไปแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ โดยทั่วไปผลลัพธ์จะคงอยู่ราว 4-6 เดือน ก่อนที่จะค่อยๆ เริ่มจางลง 

ฉีดโบลดริ้วรอย ราคาเท่าไหร่?

ราคาโบท็อกขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งแต่แบรนด์หรือยี่ห้อโบท็อก ปริมาณยูนิตที่ใช้ (โดยทั่วไปอยู่ที่ 100-300 บาทต่อยูนิต) และความชำนาญของแพทย์ ผู้ที่กำลังพิจารณาฉีดลดริ้วรอยควรคำนึงถึงองค์ประกอบเหล่านี้ก่อนตัดสินใจเลือกสถานที่ให้บริการ พร้อมสอบถามราคาในการฉีดให้ชัดเจน

ฉีดโบลดริ้วรอย ข้อห้ามที่ควรปฏิบัติตามหลังฉีด

ระยะเวลา

ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อก

หลังฉีดทันที
  • งดนอนราบ 3-4 ชั่วโมงหลังฉีด ป้องกันการกระจายตัวของโบท็อกไปบริเวณที่ไม่ต้องการ
  • งดการกด นวด หรือถูบริเวณที่ฉีด เพราะอาจส่งผลต่อการกระจายตัวของโบท็อกไปยังส่วนที่ไม่ต้องการ
  • งดแต่งหน้าหลังฉีดโบท็อกซ์ในวันที่ฉีด แต่สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติในวันถัดไป
ระยะสั้น (1-2 วันแรก)
  • หลีกเลี่ยงแดดจัดในช่วงแรก
  • งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อาหารหมักดอง อาหารรสเผ็ดจัด
  • หลีกเลี่ยงหรืองดการสูบบุหรี่
ระยะยาว (2-4 สัปดาห์)
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมในที่ร้อน เช่น การแช่น้ำอุ่น ซาวน่า การอบไอน้ำ หรือเลเซอร์
  • พบแพทย์ตามนัดเสมอ ในกรณีที่มีนัดติดตามผล
  • หลีกเลี่ยงการทำทรีตเมนต์ใบหน้าที่ต้องมีการกด นวด หรือมีการใช้ความร้อน

อย่างไรก็ตาม การฉีดโบลดริ้วรอยควรพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ และควรดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น 

ฉีดโบท็อกลดริ้วรอยที่ Anna Clinic

แพทย์ประจำ Anna Clinic คือ ผู้เชี่ยวชาญในการปรับรูปหน้า โดยโปรแกรมการรักษาโบท็อกซ์ลดริ้วรอยของเราแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และได้ผลลัพธ์ตามที่คนไข้ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นร้อยไหม ฉีดสลายไขมัน เมโสแฟต ฉีดแฟตเหนียง และอืนๆ อีกมากมาย 

โปรแกรมลดริ้วรอยด้วยโบท็อกของ Anna Clinic เลือกใช้โบท็อกยี่ห้อ Nabota จากประเทศเกาหลีใต้ รับประกันโบท็อกแท้ ซึ่งผลิตจาก Hi-pure Technology ทำให้ได้โบท็อกที่มีความบริสุทธิ์สูงถึง 98.7% โอกาสแพ้และดื้อยาต่ำ เห็นผลไว้ และสามารถคงประสิทธิภาพได้นาน 6-8 เดือน หรือสามารถเลือกฉีดโบท็อกยี่ห้อ Xeomin จากเยอรมันได้ ซึ่งมีโอกาสการดื้อยา 0% เนื่องจากเป็นโบท็อกบริสุทธิ์ สำหรับเคสที่กังวลเรื่องการดื้อยา

มั่นใจและปลอดภัยกว่า เพราะ Anna Clinic เลือกใช้ตัวยาแท้และอุปกรณ์การแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองมาตรฐานจากอย. พร้อมดูแลทุกปัญหาและให้คำปรึกษา หากสนใจหรือต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อ Anna Clinic ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้ โทร. 063-556-2626 หรือ LINE @annaclinic

อย่าลืมติดตามเราบน Social Media เพื่อติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ๆ

Facebook: Anna Clinic

Instagram: annaclinic

TikTok: annaclinic

YouTube: Anna Clinic Official