>

วิธีปรับรูปหน้ามีกี่แบบ? ที่ทำได้โดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมให้ยุ่งยาก

วิธีปรับรูปหน้ามีกี่แบบ? ที่ทำได้โดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมให้ยุ่งยาก

Anna Clinic SEO NOV C02 1

ใครๆ ก็อยากให้ตัวเองดูดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผิวพรรณ รูปร่าง บุคลิกภาพ และใบหน้า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองและสร้างความประทับใจให้กับผู้อื่นที่พบเจอในทุกๆ วัน เชื่อว่าหลายคนต้องการเริ่มต้นจาก “ใบหน้า” ที่ดูดี เช่น การปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กลง ปรับกรอบหน้าให้ชัดเจน ลดขนาดกราม ลดไขมัน รักษารอยคล้ำใต้ตา หรือยกกระชับรูขุมขน

ในปัจจุบัน วิธีการรักษาและแก้ไขปัญหาบนใบหน้านั้นมีหลากหลายทาง ซึ่งแต่ละวิธีเหมาะกับปัญหาแตกต่างกันไป อีกทั้งยังมีการวิจัยตัวยาและเทคโนโลยีเรื่อยๆ จนทำให้หลายคนสับสนว่า “วิธีปรับรูปหน้ามีกี่แบบ?” แล้ว “มีวิธีไหนบ้างที่ทำได้โดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม?”

ความหมายของ “การปรับรูปหน้า”

การปรับรูปหน้า คือ การทำหัตถการ (Medical Procedure) โดยใช้เครื่องมือหรือตัวยาเพื่อปรับเปลี่ยนลักษณะหรือสัดส่วนต่างๆ ของคนไข้ให้เป็นไปตามความต้องการ รวมถึงแก้ไขปัญหาและข้อบกพร่องบนใบหน้า

ปัญหาที่เกิดขึ้นบนใบหน้านั้นมีหลากหลายที่ต้องพึ่งการทำหัตถการเพื่อแก้ไข ยกตัวอย่างเช่น กรามใหญ่เนื่องจากขนาดกล้ามเนื้อ กรอบหน้าเหลี่ยม กรอบหน้าดูไม่ชัดเจน แก้มตอบ ผิวหย่อนคล้อย หรือสัดส่วนของใบหน้าดูไม่สมส่วนหรือไม่สวยงาม ซึ่งในบางกรณีอาจเป็นปัญหาตั้งแต่กำเนิด บางปัญหาอาจเกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น หรือเป็นผลจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต

ทุกวันนี้มีวิธีเสริมความงามทางการแพทย์ให้เลือกใช้ปรับรูปหน้ามากมายหลายทาง บางคนใช้แค่วิธีเดียวก็ได้ผล ส่วนบางคนอาจต้องใช้หลายหัตถการร่วมกัน

วิธีปรับรูปหน้ามีกี่แบบ? ที่ไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม

การศัลยกรรมคือวิธีการปรับรูปหน้าที่ให้ผลลัพธ์ถาวร แต่มีราคาที่สูง ใช้เวลาในการฟื้นนาน อีกทั้งต้องทำตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด จึงไม่ตอบโจทย์ใครหลายๆ คน โดยเฉพาะในปัจจุบันนี้ที่ใครๆ ก็ต่างมีไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบสุดๆ ซึ่งวิธีปรับรูปหน้าที่ Anna Clinic ได้รวบรวมมาแนะนำมีดังนี้

1. ฟิลเลอร์ (Filler)

การฉีดฟิลเลอร์เป็นการฉีดสารเติมเต็มที่เรียกว่า กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) เพื่อใช้ทดแทนส่วนสำคัญของโครงสร้างผิวอย่างคอลลาเจนและไฮยาลูรอน ที่ร่างกายจะสูญเสียไปเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ผิวหนังเราจึงสามารถกลับมามีความแข็งแรง ยืดหยุ่น และเต่งตึง ช่วยลดริ้วรอยตามจุดต่างๆ รักษาร่องแก้มลึก ความหย่อนคล้อยบริเวณใต้ตาและใต้ตาดำคล้ำ ช่วยปรับรูปหน้าโดยรวมให้โดดเด่น และดูอ่อนเยาว์ขึ้นได้

โดยฟิลเลอร์ที่ใช้งานกันในปัจจุบันและผ่านการรับรองจากอย.ไทย นั้นคือประเภท “Temporary Filler” หรือ “ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว” ที่สามารถสลายไปเองได้ตามธรรมชาติภายใน 6 – 12 เดือน ไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย ซึ่งฟิลเลอร์ก็มีหลากยี่ห้อ หลายรุ่นให้เลือกใช้ จึงขอแนะนำให้ทำการศึกษาหาข้อมูลให้พร้อมก่อน (อ่านเพิ่มเติมฟิลเลอร์ราคาเท่าไหร่ เลือกยี่ห้อไหนดี?)  

2. โบท็อก (Botox)

เมื่อลองเข้าคลินิกความงามใดๆ หัตถการที่คุณหมอมักจะแนะนำเป็นอันดับต้นๆ คือการฉีดโบท็อกนั่นเอง เนื่องจากเป็นหัตถการที่สามารถให้ผลลัพธ์การปรับรูปหน้าได้ชัดเจนนั่นเอง อย่างที่ทราบกันดี ว่าโบท็อกจะออกฤทธิ์กับระบบประสาท ยับยั้งการทำงานจนทำให้มัดกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทำงานได้ลดลงชั่วคราว ด้วยเหตุนี้คนไข้ส่วนมากจึงเลือกฉีดโบท็อกเป็นทางแก้ไขปัญหากล้ามเนื้อกราม (Masseter Muscle) ที่มีขนาดใหญ่  โดยทำให้กรามเล็กลงและทำให้หน้าเรียวเล็ก ปรับรูปหน้าให้เป็น V Shape นั่นเอง

โบท็อกยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาบนใบหน้าได้อีกหลายๆ ด้าน เช่น ลดเลือนริ้วรอย ยกกระชับกรอบหน้า ทำให้ผิวเรียบเนียน แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น นอกจากนี้แพทย์ยังสามารถนำโบท็อกมาใช้ในการลดเหงื่อใต้วงแขน ฝ่ามือและฝ่าเท้า บรรเทาอาการไมเกรน และโรคในกลุ่มออฟฟิศซินโดรมอีกด้วย

3. เมโสแฟต (Mesofat)

สำหรับใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับ “ไขมัน” ที่คอยกวนใจ เช่น ไขมันสะสมบริเวณใบหน้า หัตถการอย่าง เมโสแฟต (Meso Fat) หรือ การฉีดสลายไขมัน นั้นสามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด เนื่องจากตัวยาเมโสแฟตนั้นมีส่วนผสมหลัก คือ L-Carnitine และ Artichoke Extract ที่มีคุณสมบัติในการกระตุ้นระบบเผาผลาญและการสังเคราะห์ Coenzyme เพื่อเร่งกลไกการสลายไขมันของร่างกาย ซึ่งไขมันที่สลายตัวจะถูกกำจัดออกไปผ่านระบบขับถ่ายของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ พูดอีกนัยหนึ่งคือ เป็นการลดไขมันถาวรโดยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดดูดไขมัน

โดยผลลัพธ์ของเมโสแฟตสามารถเห็นผลได้เต็มที่หลังฉีดประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ และไขมันที่มีจะสลายตัวออกไปราว 10 – 15% ในครั้งแรกที่ฉีด ใครที่มีปัญหารูปหน้าไม่ชัดเจน แก้มใหญ่เนื่องจากไขมันสะสม ไขมันบริเวณคาง หรือตามจุดต่างๆ ของร่างกายทั้งต้นขา ต้นแขน หน้าท้อง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหลังฉีดเ มโสแฟตแล้ว ก็ควรควบคุมอาหารและออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

4. อัลเทอร่า (Ulthera)

ตอบโจทย์คนกลัวเข็มด้วยเทคโนโลยียกกระชับใบหน้า โดยอัลเทอร่า (Ulthera) เป็นเทคโนโลยีคลื่นอัลตราซาวด์ความถี่สูงแบบเฉพาะจุด ยิงพลังงานความร้อนประมาณ 60° – 70°C เข้าไปยังชั้นผิวหนัง SMAS ที่เป็นชั้นเดียวกับที่แพทย์ศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งอัลเทอร่าจะทำการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ช่วยปรับรูปหน้าให้กระชับ โดยไม่ทิ้งรอย ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น เหมาะมากสำหรับคนที่กลัวเข็มหรือกังวลว่าจะแพ้ตัวยาอื่นๆ

การทำอัลเทอร่านั้นเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก มีการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจาก U.S. FDA และอย.ไทย นอกจากนี้ยังสามารถเห็นผลได้ 30% ทันทีหลังทำ และผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 1 – 2 ปี แม้จะแลกมาด้วยราคาที่สูงกว่าหัตถการอื่นๆ แต่ก็เป็นการลงทุนปรับรูปหน้าที่คุ้มค่าอย่างมาก

วิธีปรับรูปหน้าทั้งหมดที่ Anna Clinic ได้นำมาฝากนี้ ก็เป็นเพียงหัตถการส่วนหนึ่งที่ได้ความสนใจจากใครหลายๆ คน แต่ยังมีวิธีอีกมากมายที่พร้อมแก้ไขปัญหาต่างๆ บนใบหน้า ซึ่งข้อสำคัญที่ต้องนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ คือ ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางและคลินิกที่ได้มาตรฐานกำกับชัดเจน เพื่อความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจที่สุด

Anna Clinic ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการปรับรูปหน้า

Anna Clinic มีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในเรื่องการปรับรูปหน้าให้บริการในทุกขั้นตอนการรักษา เราจะออกแบบรูปหน้าเป็นรายบุคคล (Individual Facial Design) ก่อนเริ่มต้นทำหัตถการ ไม่ว่าจะเป็นการฉีดโบท็อก ฟิลเลอร์ เมโสแฟต หรือทำอัลเทอร่า ด้วยตัวยาและเครื่องของแท้ที่ปลอดภัยและมีมาตรฐานรับรอง เพื่อให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุด พร้อมดูแลทุกปัญหาอย่างตรงจุด มั่นใจได้ว่าจะสามารถเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนและน่าพึงพอใจ

หากสนใจปรับรูปหน้าให้หรือต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อ Anna Clinic ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

โทร. 063-556-2626 หรือ LINE: @annaclinic

อย่าลืมติดตามเราบน Social Media ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ๆ ก่อนใคร

Facebook: Anna Clinic

Instagram: annaclinic