ริ้วรอย ร่องลึก ผิวขาดความชุ่มชื้น ความหมองคล้ำ ล้วนเป็นปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดู “แก่กว่าวัย” เชื่อว่าเป็นปัญหาที่บางคนอาจจะกำลังประสบอยู่และเป็นสิ่งที่ใครๆ ต่างไม่อยากพบเจอแน่นอน ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น แต่หัตถการในปัจจุบันนั้นสามารถเข้ามาช่วยได้อย่างการฉีดฟิลเลอร์และฉีดไขมัน ที่ดูเหมือนว่าจะมีความคล้ายคลึงกัน ทำเอาหลายคนที่เข้ามาศึกษาสับสนไปตามๆ กันจนเลือกไม่ถูก
ใครที่สนใจในการฉีดฟิลเลอร์และการฉีดไขมันแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ ฟังทางนี้! เพราะ Anna Clinic จะมาบอกถึงความแตกต่างระหว่างหัตถการทั้งสอง พร้อมเปรียบเทียบให้ดูกันชัดๆ เพื่อหาคำตอบว่าคุณเหมาะกับหัตถการแบบไหนมากกว่ากัน
การฉีดฟิลเลอร์ (Filler Injection)
ใครที่ติดตามบทความของเราอยู่แล้ว น่าจะพอทราบถึงฟิลเลอร์อยู่บ้าง โดยเป็นการฉีดสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid ที่ทำออกมาเลียนแบบสารธรรมชาติในร่างกาย ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของคอลลาเจน
สารตัวนี้จะเข้าไป “เติมเต็ม” ริ้วรอย ร่องลึก ลดความหมองคล้ำให้ลดน้อยลง อีกทั้งยังสามารถใช้แก้ไขโครงสร้างใต้ผิวหนัง ทำให้หน้าดูเต่งตึง อิ่มน้ำ เติมเส้นใยคอลลาเจนที่หายไป ทำให้หน้าดูเด็ก นอกจากนี้ ฟิลเลอร์ยังถูกนำมาใช้ในการปรับรูปหน้า เช่น ปรับคางให้ดูยาวขึ้น แก้ปัญหาคางตัด ช่วยปรับรูปปากกระจับ หรือฉีดใต้ตาเพื่อลดความหมองคล้ำ เป็นต้น โดยฟิลเลอร์นั้นสามารถฉีดได้หลายจุดบนใบหน้า ได้แก่ หน้าผาก ใต้ตา ร่องแก้ม ขมับ ปาก คาง เป็นต้น


นอกจากนี้ ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันนั้นเป็นประเภท Temporary Filler หรือ ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว ที่สามารถสลายไปเองได้ตามธรรมชาติภายใน 6 – 12 เดือน จึงมีความปลอดภัยสูงนั่นเอง และเหตุผลที่ฟิลเลอร์มีราคาแตกต่างกันก็ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ (ฟิลเลอร์ราคาโดยประมาณจะเริ่มต้นที่ 9,000 – 30,000 บาท) แต่ละแบบนั้นเหมาะสมกับปัญหาที่แตกต่างกันไป จึงต้องศึกษาปัญหาที่ตัวเองมีพร้อมกับปรึกษาแพทย์ที่มีความชำนาญประจำคลินิกฟิลเลอร์ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงภายหลัง อาทิ ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน ฟิลเลอร์ผิดรูป อาการแพ้ หรืออาการข้างเคียงหลังฉีดที่รุนแรงกว่าปกติ
การฉีดไขมัน (Lipofilling)
สำหรับการฉีดไขมันเข้าสู่ใบหน้านั้นจะมีหลักการที่แตกต่างจากฟิลเลอร์ โดยเป็นหัตถการที่จะใช้ไขมันเติมเต็มส่วนต่างๆ ของใบหน้า ช่วยลดปัญหาต่างๆ อาทิ ริ้วรอยจากอายุที่เพิ่มขึ้น เติมเต็มหน้าผาก ร่องแก้ม คาง และแก้ปัญหาแก้มตอบ
ใครที่สงสัยว่าไขมันที่ใช้นั้นเอามาจากไหนก็ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะเป็นไขมันที่นำมาจากตัวของคนไข้เอง ซึ่งสามารถดูดออกมาได้จากหลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณต้นขา ต้นแขน สะโพก หรือหน้าท้อง ซึ่งแพทย์จะทำการคัดกรองไขมันคุณภาพดีที่ยังมีชีวิต และแยกสเต็มเซลล์ (Stem Cell) ออกจากไขมันเพื่อนำมาซ่อมแซมเซลล์ผิวบนใบหน้าได้เป็นธรรมชาติอย่างมาก


จากที่ได้กล่าวไป ในทางเทคนิคแล้วไขมันจึงถือว่าเป็นหนึ่งในรูปแบบของฟิลเลอร์ประเภทถาวร (Permenant Filler) แต่เป็นสารที่ได้จากร่างกายของเรา ไม่ได้ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาแต่อย่างใด ซึ่งในปัจจุบันคลินิกและแพทย์เฉพาะทางได้พัฒนาเทคนิคการฉีดไขมัน เพื่อให้ผลการรักษาดีขึ้นกว่าเดิม อย่างเช่น การใช้หัวดูดที่มีรูขนาดเล็กทำให้เซลล์ไขมันที่ได้เกิดความเสียหายน้อย คนไข้จะมีแผลขนาดเล็กเพียงแค่ 2 มม. เท่านั้น ประกอบกับเทคนิคในการฉีดของแพทย์ที่สามารถฉีดไขมันเข้าไปยังชั้นผิวหนังได้อย่างเหมาะสม ทำให้การจัดเรียงตัวของไขมันเป็นระเบียบ ไม่เกิดก้อนแข็งหรือผิวหนังเป็นคลื่น นอกจากนี้ยังได้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน ไม่ต้องกลับไปทำบ่อยก็ดูดีได้ยาวๆ เลย
พอจะได้ทราบกันไปแล้วกับรายละเอียดของหัตถการทั้งสอง ที่มีความคล้ายคลึงกันมากๆ แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่พอสมควรเลยทีเดียว แต่ถ้าเกิดยังมีข้อสงสัยกันอยู่ เราจะมาเปรียบเทียบฟิลเลอร์และฉีดไขมันให้กันแบบชัดๆ ดังนี้
ฉีดฟิลเลอร์ vs. ฉีดไขมัน


เพื่อจะตอบคำถามที่ว่า “ฉีดไขมันกับฟิลเลอร์ แบบไหนดีกว่ากัน?” มาดูข้อเปรียบเทียบของหัตถการทั้งสองแบบนี้เลย
ฟิลเลอร์:
- ใช้สาร Hyaluronic Acid ที่ผลิตขึ้นมาเลียนแบบสารที่มีตามธรรมชาติในร่างกาย มีหลายยี่ห้อ หลายราคาให้เลือกอย่างหลากหลาย
- เห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำหัตถการและจะเห็นผลลัพธ์ได้เต็มที่หลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์
- สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติหลังจากผ่านไป 6 – 12 เดือน
- มีหลายโมเลกุลทั้งแบบเนื้อแข็งและเนื้อแบบอ่อน สามารถแก้ปัญหาบนใบหน้าได้หลายแบบ ทั้งการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวหรือเติมเต็มก็ได้เช่นกัน
การฉีดไขมัน:
- ใช้เซลล์ไขมันของตัวคนไข้เอง โดยดูดออกมาจากตำแหน่งหนึ่งของร่างกายเพื่อเติมเต็มส่วนของใบหน้าที่ต้องการ
- ผลลัพธ์จะไม่เกิดขึ้นหรือเห็นได้ทันที เพราะเซลล์ไขมันที่ถูกฉีดเข้าไปนั้นจะเห็นผลลัพธ์ได้ประมาณ 30% เมื่อผ่านไป 1 เดือน
- การสลายของไขมันนั้นจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับการเผาผลาญของแต่ละบุคคล
- อาจไม่สามารถใช้ปรับรูปหน้าได้ในทุกตำแหน่ง เพราะการฉีดไขมันจะเน้นการเติมเต็มเป็นหลัก
หลังจากได้เห็นข้อแตกต่างของหัตถการทั้งสองไปแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงได้คำตอบในใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ขอแนะนำว่าใครที่ต้องการปรับยกกระชับรูปหน้าให้เห็นผลทันทีและอยู่ได้นาน การฉีดฟิลเลอร์นั้นจะตอบโจทย์มากที่สุด ส่วนใครที่ต้องการเติมเต็มใบหน้าเป็นหลักและมีปริมาณไขมันที่เพียงพอ ก็สามารถฉีดไขมันที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติได้ ทั้งนี้ก่อนตัดสินใจก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและคลินิกฟิลเลอร์ก่อน เพื่อค้นหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด
ฉีดฟิลเลอร์ที่ Anna Clinic สวยเป็นธรรมชาติกับผู้เชี่ยวชาญ
Anna Clinic คือผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้า ผู้เชี่ยวชาญของเรามีประสบการณ์การทำหัตถการมากกว่า 10 ปี โดยแพทย์จะเป็นผู้คอยดูแลในทุกขั้นตอนของการฉีดฟิลเลอร์ จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการบริการที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน การันตีด้วยตัวยาแท้ Belotero ทั้ง 3 สี ที่ปลอดภัยและมีคุณภาพได้มาตรฐานอย. จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถเห็นผลลัพธ์ความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ได้รูปหน้าสวย ดูเด็กได้อย่างเป็นธรรมชาติ
หากสนใจฉีดฟิลเลอร์สามารถติดต่อ Anna Clinic ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้า ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
เบอร์โทรศัพท์ 063-556-2626 หรือ LINE @annaclinic
ติดตามเราบน Social Media เพื่อไม่พลาดข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ๆ
Facebook: Anna Clinic
Instagram: annaclinic






