สาวๆ ที่อยากดูดี สวยคม มีกรอบหน้าที่ชัดเจน คงเคยทำหัตถการโบท็อกลดกรามกันมาบ้างแล้ว ซึ่งสามารถให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและชัดเจน อีกทั้งยังปลอดภัย ไม่ต้องผ่าตัดแม้แต่นิดเดียว แต่ในบางกรณี คนไข้บางคนอาจจะพบว่า ฉีดโบท็อกไปแล้วแต่หน้าไม่เล็กลง กรามไม่ลดลง ทำให้ขาดความมั่นใจ หรืออาจต้องเสียเงินฉีดโบท็อกหลายครั้งจนเกินไป
ในบทความนี้ Anna Clinic จะมาบอกสาเหตุที่ทำให้การฉีดโบท็อกลดกรามไม่ได้ผล พร้อมบอกวิธีการเตรียมตัวก่อนฉีดและหลังฉีด เพื่อให้แน่ใจได้ว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ทำไมกันนะ! ฉีดโบท็อกลดกรามแต่ใบหน้าไม่เล็กลงเลย?
ใครที่อยู่ในวงการเสริมความงามน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า โบท็อก (Botulinum Toxin) นั้นเป็นสารที่ออกฤทธิ์กับประสาทและกล้ามเนื้อ เมื่อฉีดไปแล้วสามารถเห็นผลลัพธ์หลังทำได้ภายใน 2 – 4 สัปดาห์ โดยไม่ต้องพักฟื้น แต่ในบางเคสเมื่อฉีดไปแล้ว กรามกลับเล็กลงได้เพียงนิดเดียวหรือไม่เห็นผลเลย ซึ่งแต่ละบุคคลก็มีปัจจัยหรือสาเหตุแตกต่างกันไป โดยมี 3 สาเหตุหลัก ดังนี้
1.ไขมันสะสมบนใบหน้า
โบท็อกนั้นจะส่งผลต่อกล้ามเนื้อ หากคนไข้มีปริมาณไขมันที่มักจะสะสมอยู่บริเวณแก้ม ใต้คาง ยิ่งมีเยอะก็จะทำให้ใบหน้าดูกลม หน้าบวม หรือหน้าใหญ่ได้ แม้จะฉีดโบท็อกลดกรามไปแล้วก็ตาม ซึ่งอาจจะเป็นเพราะกรรมพันธุ์หรือพฤติกรรมการทานอาหารของตัวคนไข้เอง ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารมัน ของทอด ของหวาน รวมถึงแอลกอฮอล์และน้ำอัดลม
ใครที่มีปัญหาดังกล่าว ก็ขอแนะนำให้ฉีดเมโสแฟตสลายไขมันแทนประกอบกับออกกำลังกายเป็นประจำ ก็จะช่วยให้ไขมันบนใบหน้าลดลงได้นั่นเอง
2.โครงสร้างของกระดูก
บางคนอาจประสบกับปัญหากระดูกขากรรไกรใหญ่กว่าปกติ เป็นสาเหตุทำให้ใบหน้าดูใหญ่ ไม่เรียวลงหรือมีสัดส่วนโครงหน้าผิดปกติ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากกรรมพันธุ์ที่สืบทอดมาจากพ่อแม่นั้นเอง หากต้องการแก้ไขปัญหานี้ แนะนำให้ลองปรึกษากับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการผ่าตัดเหลากราม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของคนไข้ เนื่องจากการศัลยกรรมนั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูง แถมยังต้องใช้เวลาในการพักฟื้นอีกด้วย
3.ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกราม
ในบางกรณีกล้ามเนื้อที่อยู่บริเวณกรามอาจมีความแน่นหรือแข็งแรงมากเกินไป โดยมีสาเหตุมาจากการใช้ชีวิตประจำวันที่สะสมเป็นเวลานาน เช่น การเคี้ยวอาหารที่ต้องออกแรงเยอะๆ หรือผู้ที่ชอบเคี้ยวหมากฝรั่งเป็นประจำ ซึ่งเมื่อกรามทำงานหนัก ขนาดกล้ามเนื้อจึงใหญ่ขึ้นนั่นเอง สำหรับใครที่ฉีดโบท็อกลดกรามไปแล้ว ก็ควรหลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารหนักๆ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามกลับมาใหญ่อีกครั้ง
เมื่อทราบสาเหตุดังนี้แล้ว การปรึกษาแพทย์ผู้ทำหัตถการจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างมาก เพื่อค้นหาต้นตอของปัญหาและหาทางแก้ไขที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละบุคคล นอกจากนี้การเตรียมตัวก่อนฉีดและหลังฉีด มักเป็นสิ่งที่หลายๆ คนมองข้ามจนทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามกลับมาใหญ่อีกครั้ง มาดูกันต่อเลยว่าจะต้องทำดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง!
เตรียมตัวให้ดี ก่อนฉีดโบท็อกลดกราม
ก่อนจะเข้ารับการรักษา คนไข้ควรเตรียมร่างกายให้พร้อม โดยสิ่งที่ต้องทำมีดังต่อไปนี้
- ตรวจเช็กร่างกายตนเองก่อนว่ามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่ได้ทานยาเป็นประจำ
- งดยาแก้อักเสบหรือแอสไพรินก่อนฉีดโบท็อก 1 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงอาการเสริมประเภทวิตามินอี น้ำมันปลา โสม หรือสารสกัดจากโสม ที่มีฤทธิ์ทำให้เลือดหยุดไหลยาก ประมาณ 2 – 3 วันก่อนฉีด
- งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนฉีด 24 ชั่วโมง
- หากมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยา ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
- ตรวจสอบผลิตภัณฑ์โบท็อกก่อนฉีดทุกครั้งเพื่อให้มั่นใจได้ว่าเป็นของแท้ได้มาตรฐานอย. โดยสังเกตที่ตัวกล่องยาและขวดยา ต้องมีข้อมูลและตัวเลขที่ตรงกัน


การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อก ให้ผลลัพธ์อยู่ยาวนานขึ้น
เมื่อฉีดโบท็อกไปแล้ว ก็ใช่ว่าจะเห็นผลลัพธ์ได้เต็มประสิทธิภาพเต็มร้อย ซึ่งคนไข้ควรจะต้องดูแลร่างกายและเอาใจใส่บริเวณที่ฉีด พร้อมทำการดูแลอย่างถูกวิธี โดยมีวิธีการดังนี้
- หลังฉีดทันที 1 – 2 ชั่วโมงแรก ให้คนไข้ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด และบริหารกล้ามเนื้อเป็นเวลา 30 นาที เพื่อให้ตัวยากระจายเข้ากล้ามเนื้อได้ดียิ่งขึ้น
- หลังการฉีด 4 ชั่วโมงแรกควรหลีกเลี่ยงการก้มหน้าหรือการนอนราบ
- ไม่ควรนวด กดหรือกระทำกิจกรรม ที่จะมีผลต่อบริเวณที่รักษาเป็นเวลา 1 สัปดาห์หลังการรักษา เช่น สวมหมวกกันน็อกหรือนวดหน้า เป็นต้น
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ร้อนเป็นเวลานานๆ เช่น การอบซาวน่า การปรุงอาหารหน้าเตาร้อน การออกกำลังกายหรือเล่นกีฬากลางแจ้ง ในช่วง 1 สัปดาห์หลังฉีด
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 3 – 7 วัน
- หากมีผลข้างเคียงผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อหาทางรักษาอย่างทันท่วงที
นอกจากการดูแลตัวเองหลังฉีดแล้ว คนไข้ก็ควรกลับมาฉีดซ้ำหากต้องการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น ซึ่งควรเว้นระยะห่าง 3 เดือนหลังฉีดครั้งแรกเป็นอย่างต่ำ เพราะหากฉีกมากหรือถี่เกินไป ก็อาจส่งผลให้ร่างกายเกิดภูมิต้านทาน จนเป็นสาเหตุของอาการ “ดื้อโบท็อก” นั่นเอง
ทั้งหมดนี้ก็เป็นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้โบท็อกลดกรามไม่ได้ผล ซึ่งอาจเกิดได้จากกรรมพันธุ์และพฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมไปถึงวิธีการดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังฉีดโบท็อก เพื่อให้มั่นใจได้ว่า จะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ สวยได้อย่างมั่นใจและมั่นคง
ส่วนสาวๆ คนไหนที่สงสัยว่าโบท็อก ราคาเท่าไหร่บ้าง มียี่ห้อไหนให้เลือกใช้ สามารถเข้ามาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่
ฉีดโบท็อกลดกรามกับ Anna Clinic เสริมความมั่นใจอย่างปลอดภัย
Anna Clinic มีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในเรื่องการปรับรูปหน้าให้บริการในทุกขั้นตอนการรักษา เราจะออกแบบรูปหน้าเป็นรายบุคคล (Individual Facial Design) ประกอบกับตัวยาของแท้ที่ปลอดภัยและมีมาตรฐาน เพื่อให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุด จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนและน่าพึงพอใจ
หากสนใจปรับรูปหน้าให้เป็นไปตามต้องการ สามารถติดต่อ Anna Clinic ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้า ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
โทร. 063-556-2626 หรือ LINE @annaclinic
อย่าลืมติดตามเราบน Social Media เพื่อไม่พลาดข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ๆ
Facebook: Anna Clinic
Instagram: annaclinic






