การฉีดแฟต หรือเมโสแฟต ถือเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเมโสแฟตมีคุณสมบัติในการสลายไขมัน จึงได้รับความนิยมในการนำมาฉีดสลายไขมัน ไม่ว่าจะเป็นการฉีดแฟตแก้ม ฉีดแฟตเหนียง หรือแม้กระทั่งต้นแขนและต้นขา ซึ่งเมโสแฟตจะเข้าไปทำให้ไขมันบริเวณที่ฉีดแตกตัว เพื่อให้ร่างกายขับไขมันออกมาผ่านระบบขับถ่าย อย่างไรก็ตาม มีข้อห้ามหลังฉีดแฟตและวิธีการดูแลตนเองหลังฉีดแฟตที่ควรปฏิบัติตามอยู่ เพื่อให้เมโสแฟตทำงานได้เต็มที่และเห็นผลชัดเจนมากที่สุด
แนะนำ 5 วิธี ดูแลตัวเองหลังฉีดแฟต
การดูแลตนเองหลังฉีดแฟตมีส่วนช่วยให้เมโสแฟตทำงานได้ดีขึ้น และช่วยป้องกันการเกิดของไขมันใหม่ในบริเวณชั้นใต้ผิวหนังที่ฉีดแฟตด้วย ซึ่งวิธีการดูแลหลังฉีดแฟต มีดังนี้
1.ควรดื่มน้ำให้มาก
เนื่องจากไขมันที่สลายตัวจะถูกขับออกมาผ่านระบบขับถ่าย การดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยให้ไขมันถูกขับออกทางปัสสาวะและเหงื่อได้ดีขึ้น
2.นวดเบาๆ บริเวณที่ฉีดแฟต
การนวดเบา ๆ บริเวณที่ฉีดแฟตจะช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้ดี และสามารถสลายไขมันได้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น
3.ประคบเย็นบริเวณรอยช้ำ
การฉีดแฟตอาจทำให้มีรอยช้ำจากเข็มในบริเวณที่ฉีดได้ ซึ่งสามารถหายไปเองตามปกติ หากอยากให้รอยช้ำหายไวขึ้น สามารถใช้การประคบเย็นเบา ๆ ช่วยได้เช่นกัน
4.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
หากยังรับประทานอาหารที่มีไขมัน คาร์โบไฮเดรต และน้ำตาลสูงเป็นประจำอยู่ สารอาหารเหล่านี้ที่ไม่ถูกใช้จนหมดก็จะกลายเป็นไขมันใหม่และไปสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเหมือนเดิม
5.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายนำสารอาหารต่าง ๆ ไปใช้มากขึ้น และมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นไขมันน้อยลง อีกทั้งการออกกำลังกายยังช่วยสลายไขมันเก่าได้ด้วย หากไม่ต้องการให้มีไขมันใหม่มาเกาะใต้ผิวหนังบริเวณที่ฉีดอีก ก็ควรออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
ข้อห้ามหลังฉีดแฟต
นอกจากวิธีดูแลหลังฉีดแฟตแล้ว ยังมีข้อควรระวังที่พึงทราบและจำเป็นต้องหลีกเลี่ยง ได้แก่
1.งดอบซาวน่าประมาณ 1 สัปดาห์
การอบซาวน่าจะไปกระตุ้นอาการบวมช้ำบริเวณที่ฉีดแฟต ทำให้อาการบวมช้ำหายช้าลง อย่างไรก็ตาม อาการบวมหลังฉีดแฟตเป็นเรื่องปกติที่สามารถพบเจอได้บ่อย สามารถยุบหายไปได้เองใน 3-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณและประเภทของเมโสแฟตที่ใช้
2.ห้ามขัดหน้า ทำทรีตเมนท์ใด ๆ รวมถึงการว่ายน้ำด้วย
โดยกิจกรรมเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่ทำให้บริเวณที่ฉีดแฟตมีความเสี่ยงในการติดเชื้อ จึงจำเป็นต้องงดไปก่อนเป็นเวลาอย่างน้อย 48 ชั่วโมง
3.หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
บุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะส่งผลให้อาการบวมช้ำหายช้าลง ดังนั้นผู้ที่ฉีดแฟตควรงดการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 3 วัน


ทำไมการฉีดเมโสแฟตจึงดีกว่าการดูดไขมัน?
การดูดไขมันทำให้มีรอยช้ำค่อนข้างมาก อีกทั้งยังต้องใช้เวลาในการพักฟื้น ในขณะที่การฉีดแฟตไม่จำเป็นต้องพักฟื้น อย่างไรก็ตาม บริเวณใบหน้าและลำคอเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทอยู่มาก ดังนั้นการฉีดแฟตจึงเหมาะสมกว่า ซึ่งข้อห้ามหลังฉีดแฟตแก้มเหมือนกับข้อห้ามหลังฉีดแฟตในบริเวณอื่นๆ แต่หากต้องการลดไขมันบริเวณต้นขาและหน้าท้อง การดูดไขมันจะเหมาะสมกว่า เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีไขมันมาก จึงต้องใช้เมโสแฟตในปริมาณที่มากและไม่คุ้มค่า
ฉีดแฟต ราคาเท่าไหร่?
โดยราคาเมโสแฟตในท้องตลาดมีเริ่มต้นตั้งแต่ 1,000 บาท เป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับปริมาณและยี่ห้อเมโสแฟตที่เลือกฉีด สำหรับการฉีดแฟตที่ Anna Clinic มีราคาเริ่มต้นที่ 4 โดส 2,500 บาท ซึ่งเป็นตัวยาชนิดพิเศษที่มีความเข้มข้นมากกว่าสูตรมาตรฐานถึง 3 เท่า เห็นผล 20-30% ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีดและเห็นผลภายใน 3-5 วัน ไม่เจ็บ ไม่แสบ และมีการบวมช้ำน้อย โดยตัวยาออกฤทธิ์ผ่าน 3 กลไก คือ
- Burn ทำลายเซลล์ไขมันเก่าอย่างถาวร
- Block ป้องกันการเกิดเซลล์ไขมันใหม่ ฉีดแล้วอยู่นาน ไม่โยโย่
- Lift ฉีดแล้วยกกระชับ ไม่หย่อนคล้อย ช่วยให้เห็นกรอบหน้าได้ชัดเจนขึ้น
นอกจากนี้ ยังสามารถไว้ใจได้ด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งแพทย์จะดูแลในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การผสมยา ดูดยา และฉีดแฟตในบริเวณที่ต้องการลดไขมัน โดยจะมีการติดตามผลหลังฉีดฟรี
ฉีดแฟตลดไขมันที่ Anna Clinic
แพทย์ประจำ Anna Clinic คือ ผู้เชี่ยวชาญในการฉีดแฟต ไม่ว่าจะเป็นการฉีดแฟตแก้ม แฟตเหนียง และตำแหน่งอื่นๆ เพื่อปรับใบหน้าให้สวยได้รูป อีกทั้ง Anna Clinic ยังเลือกใช้ตัวยาพิเศษแบบพรีเมี่ยม ดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
นอกจากนี้ เรายังเป็นผู้เชี่ยวชาญในหัตถการด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโบท็อก ฟิลเลอร์ หรืออัลเทอร่า
มั่นใจและปลอดภัยกว่า เพราะ Anna Clinic เลือกใช้ตัวยาแท้และอุปกรณ์การแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองมาตรฐานจากอย. พร้อมดูแลทุกปัญหาและให้คำปรึกษา หากสนใจฉีดฟิลเลอร์ หรือต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อ Anna Clinic ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
โทร. 063-556-2626 หรือ LINE @annaclinic
อย่าลืมติดตามเราบน Social Media เพื่อติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ๆ
Facebook: Anna Clinic
Instagram: annaclinic
TikTok: annaclinic
YouTube: Anna Clinic Official






