ริ้วรอยบนใบหน้าเป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่สร้างความกังวลใจให้กับหลายๆ คน โดยเฉพาะรอยหน้าผากย่น เพราะเป็นตำแหน่งที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน แต่ไม่ได้มีแค่ปัจจัยเรื่องอายุเท่านั้นที่ทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้า ในบทความนี้ Anna Clinic จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของริ้วรอยบนใบหน้า สาเหตุ และ 5 วิธีลดริ้วรอยหน้าผาก
ลักษณะของริ้วรอยบนใบหน้า
ริ้วรอยที่เกิดขึ้นบนใบหน้าสามารถแบ่งได้ 2 ประเภท ตามลักษณะ คือ
1. ริ้วรอยตื้น (Fine Lines)
ริ้วรอยตื้นมีลักษณะเป็นเส้นบางๆ คล้ายรอยขีด เกิดขึ้นบนชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) โดยจะสามารถมองเห็นได้ชัดเมื่อมีการแสดงออกทางสีหน้า
2. ริ้วรอยร่องลึก (Deep Wrinkles)
ริ้วรอยร่องลึกมีลักษณะเป็นเส้นค่อนข้างหนา คล้ายกับรอยพับ โดยเกิดจากความหย่อนคล้อยในชั้นหนังแท้ (Dermis) และสามารถมองเห็นได้ชัดแม้ไม่มีการขยับหรือแสดงสีหน้า
ริ้วรอยหน้าผากเกิดจากอะไร
โดยริ้วรอยทั้ง 2 ประเภท สามารถเกิดได้จากหลากหลายปัจจัย อาทิ
1. อายุที่เพิ่มมากขึ้น
เมื่อคนเราอายุเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจะสามารถผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินได้น้อยลง ส่งผลให้ผิวหนังหย่อนคล้อย และเห็นเป็นริ้วรอย
2. แสงแดดและมลภาวะ
แสงแดดและมลภาวะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผิวหนังเสื่อมสภาพและหย่อนคล้อยจนเกิดเป็นริ้วรอย
3. พฤติกรรมการแสดงสีหน้า
ผู้ที่มีพฤติกรรมขมวดคิ้วเป็นประจำจะมีริ้วรอยบริเวณหน้าผากและหว่างคิ้วได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้มีพฤติกรรมขมวดคิ้วเป็นประจำ
4. การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
บุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพ โดยผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะมีริ้วรอยได้ง่าย
รวม 5 วิธีบอกลาหน้าผากย่น
ริ้วรอยหน้าผาก แก้ยังไง? การแก้ริ้วรอยบนหน้าผากสามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่
1. ทาสกินแคร์ลดเลือนริ้วรอย
การทาสกินแคร์หรือครีมบำรุงผิวหน้าเป็นประจำจะช่วยให้ผิวอิ่มฟู ชุ่มชื้น ช่วยลดเลือดริ้วรอยเก่า พร้อมลดโอกาสเกิดริ้วรอยใหม่ โดยควรเลือกใช้สกินแคร์สูตรลดเลือนริ้วรอย เพราะสามารถแก้ปัญหาริ้วรอยได้ตรงจุดมากกว่าสกินแคร์สูตรอื่นๆ และควรทาสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดดเป็นประจำก่อนออกแดด เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้า
อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาริ้วรอยด้วยสกินแคร์สูตรลดเลือนริ้วรอยจำเป็นต้องอาศัยความสม่ำเสมอและใช้เวลาค่อนข้างนาน นอกจากนี้ ริ้วรอยอาจไม่สามารถหายไปได้ แต่จะดูจางลง โดยเฉพาะริ้วรอยร่องลึก เพราะสกินแคร์ทั่วไปไม่สามารถลงลึกไปถึงชั้นหนังแท้ได้
2. มาส์กหน้า DIY จากธรรมชาติ
การมาส์กหน้าด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยม โดยวัตถุดิบในธรรมชาติบางชนิดสามารถให้ความชุ่มชื้น เพิ่มความกระจ่างใส และลดเลือนริ้วรอยได้ อาทิ ว่านหางจระเข้ น้ำผึ้ง แตงกวา และมะเขือเทศสุก เป็นต้น ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายและมีราคาย่อมเยา
อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้มีความคล้ายคลึงกับการทาสกินแคร์ลดเลือนริ้วรอย เนื่องจากต้องอาศัยความสม่ำเสมอ ใช้เวลานาน และไม่สามารถทำให้ริ้วรอยร่องลึกหายไปได้ อีกทั้ง ยังไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย เพราะวัตถุดิบในธรรมชาติอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้
3. นวดหน้าลดริ้วรอย
การนวดหน้าลดเลือนริ้วรอยนิยมทำควบคู่กับการทาสกินแคร์ เพราะจะช่วยให้สกินแคร์ซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น โดยการนวดหน้าจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งช่วยให้ริ้วรอยดูจางลงได้ แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและระยะเวลาค่อนข้างนาน
4. ฉีดโบท็อกหน้าผาก
การฉีดโบท็อกหน้าผากเป็นวิธีการที่ช่วยแก้ปัญหาหน้าผากย่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโบท็อก หรือสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin A) จะเข้าไปจับกับปลายเส้นประสาทของกล้ามเนื้อบริเวณหน้าผาก ส่งผลให้กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวได้ตามปกติ ทำให้แรงดึงผิวหนังลดลง และริ้วรอยดูจางลงในที่สุด
อีกทั้งวิธีการนี้ยังช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึกได้เป็นอย่างดี โดยผลลัพธ์การฉีดโบท็อกสามารถเห็นได้ภายใน 2-4 สัปดาห์ และเห็นผลเต็มที่ภายใน 4-6 สัปดาห์ ซึ่งผลลัพธ์ของโบท็อกสามารถอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของโบท็อกที่ใช้
อย่างไรก็ตาม การฉีดโบท็อกควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะต้องอาศัยองค์ความรู้เฉพาะทางของแพทย์ และควรเลือกคลินิกเสริมความงามที่ใช้ตัวยาแท้ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการดื้อโบท็อก และอาการไม่พึงประสงค์อื่นๆ ที่เกิดจากการฉีดโบท็อกปลอม
5. ฉีดสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่หน้าผาก
การสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) ที่หน้าผากเป็นวิธีการที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีทั้งริ้วรอยตื้นและริ้วรอยร่องลึก โดยฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็มไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) จะเข้าไปเติมเต็มร่องลึกใต้ผิว ทำให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้นได้ นอกจากนี้ สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง ช่วยริ้วรอยตื้นจางลงหรือหายไปได้
โดยการฉีดสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำ และเห็นผลลัพธ์เต็มที่ได้ภายใน 4-6 สัปดาห์ ซึ่งผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนแต่ละยี่ห้อ และการดูแลตนเองหลังฉีดสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
ทั้งนี้ การฉีดสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และควรเลือกคลินิกเสริมความงามที่ใช้สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนแท้ พร้อมทั้งมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย


อย่างไรก็ตาม วิธีลดเลือนริ้วรอยหน้าผากทั้ง 5 วิธี ควรทำควบคู่กับการหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอย เช่น พฤติกรรมสูบบุหรี่จัด ละเลยการทาครีมกันแดด และอื่นๆ โดยควรเลือกฉีดโบท็อกหน้าผากและสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่หน้าผากกับคลินิกเสริมความงามที่น่าเชื่อถือ มีการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานและสะอาด ใช้ตัวยาแท้ที่สามารถตรวจสอบได้ และดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้
บอกลาหน้าผากย่นอย่างมั่นใจกับ Anna Clinic
แพทย์ประจำ Anna Clinic คือ ผู้เชี่ยวชาญในการปรับรูปหน้า ไม่ว่าจะเป็นการฉีดโบท็อกหน้าผาก สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และหัตถการด้านความงามอื่นๆ เพื่อใบหน้าที่เรียวสวยได้รูป อีกทั้ง Anna Clinic ยังเลือกใช้ตัวยาแท้ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานอย. และดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
นอกจากนี้ เรายังเป็นผู้เชี่ยวชาญในหัตถการด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเมโสแฟต ฟิลเลอร์ หรือยกกระชับใบหน้าด้วยเครื่องอัลเทอร่า
มั่นใจและปลอดภัยกว่า เพราะ Anna Clinic เลือกใช้ตัวยาแท้และอุปกรณ์การแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองมาตรฐานจากอย. พร้อมดูแลทุกปัญหาและให้คำปรึกษา หากสนใจฉีดโบท็อกหน้าผาก ฉีดสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรือต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อ Anna Clinic ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
โทร. 063-556-2626 หรือ LINE @annaclinic
อย่าลืมติดตามเราบน Social Media เพื่อติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ๆ
Facebook: Anna Clinic
Instagram: annaclinic
TikTok: annaclinic
YouTube: Anna Clinic Official






