ในปี 2023 นี้ เชื่อว่าหลายคนคงต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การใช้ชีวิต และรวมไปถึงเรื่องความสวยความงามด้วย เพราะ ”ปีใหม่ทั้งที ก็อยากให้ตัวเองดูดีขึ้น” ซึ่งการทำหัตถการอย่างการฉีดโบท็อกนั้นได้รับความสนใจมากขึ้นทุกปี เป็นทางออกที่รวดเร็ว เห็นผลลัพธ์ชัดเจน และปลอดภัยสูง
แต่ก่อนจะเดินเข้าคลินิกโบท็อก ก็มีเรื่องต่างๆ ที่สาวๆ หนุ่มๆ ควรรู้เอาไว้ไม่เสียหาย เพื่อที่จะสามารถเสริมความหล่อความสวยได้อย่างมั่นใจ เห็นผลลัพธ์จริง และปลอดภัยไร้กังวล
ฉีดโบท็อกจุดไหน แก้ไขปัญหาอะไร?
โบท็อก หรือ Botulinum Toxin ชนิด A เป็นตัวยาที่ออกฤทธิ์กับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ทำการรบกวนไม่ให้สื่อสารกัน แล้วพอกล้ามเนื้อไม่ขยับหรือถูกใช้งาน ก็จะมีขนาดเล็กลงและรูปหน้าก็จะเปลี่ยนไปในที่สุด ทั้งนี้จุดที่ฉีดโบท็อกส่งผลโดยตรงต่อผลลัพธ์ ดังนั้น เราจึงควรคำนึงไว้เสมอว่าฉีดโบท็อกจุดไหน แก้ไขปัญหาอะไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น
- กราม – จุดที่หลายคนนิยมฉีดโบท็อก เพราะโบท็อกจะช่วยลดกล้ามเนื้อกรามให้มีขนาดเล็กลง ส่งผลให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น เรียวขึ้น
- หน้าผากและหว่างคิ้ว – ลดรอยและร่องลึกบนหน้าผากที่เกิดจากการยักคิ้วหรือขมวดคิ้วบ่อยๆ โบท็อกช่วยทำให้หน้าผากกลับมาเรียบตึงได้นั่นเอง
- หางคิ้วและรอบดวงตา – ลดรอยตีนกาและช่วยปรับหางคิ้วที่ไม่เท่ากันให้สมดุลได้
- โหนกแก้ม – ช่วยลดขนาดโหนกแก้มที่นูนจากกล้ามเนื้อที่ทำให้ใบหน้าไม่สมส่วน ดูดุ ดูแข็ง กลายเป็นใบหน้าที่ดูอ่อนหวานขึ้น ดูมีมิติและสมส่วนมากขึ้น
- ปีกจมูก – โบท็อกสามารถช่วยแก้ปัญหาปีกจมูกที่ดูใหญ่ ช่วยลดปีกจมูกให้เล็กลง และได้รูปทรงสวยมากขึ้น
- กรอบหน้า – การฉีดโบท็อกสามารถช่วยลิฟต์กรอบหน้าให้ยกกระชับ ใบหน้าได้รูปมากขึ้น อีกทั้งช่วยให้ใบหน้าดูเรียวด้วย
นอกจากจุดฉีดโบท็อกด้านบนที่ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ แล้ว โบท็อกยังสามารถช่วยในเรื่องของการลดอาการไมเกรน กระชับรูขุมขน ไปจนถึงช่วยลดเหงื่อใต้วงแขน ฝ่ามือ และฝ่าเท้าได้ด้วย
โบท็อกอันตรายไหม?
คำถามที่ว่า “การฉีดโบท็อกอันตรายไหม?” เป็นคำถามที่เราอาจจะได้ยินบ่อยๆ จนทำให้เกิดความกังวลขึ้นมาไม่มากก็น้อย ในความเป็นจริงแล้ว การฉีดโบท็อกเป็นหัตถการที่ปลอดภัยสูง แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ใช้โบท็อกของแท้ผ่านการรับรองจากอย. และสามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ คลินิกโบท็อกต้องจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พอได้ลองตรวจสอบข้อเหล่านี้ทั้งหมดแล้ว ก็มั่นใจได้ว่าการฉีดโบท็อกจะปลอดภัยแน่นอน


ฉีดโบท็อกกี่วันเห็นผล?
โดยทั่วไป คนไข้จะสามารถเห็นการยกกระชับของผิวหน้าประมาณ 30% (กรณีฉีดโบท็อกลิฟต์หน้า) แทบจะทันทีหลังฉีด อย่างไรก็ตาม โบท็อกจะออกฤทธิ์เต็มที่ประมาณ 2 สัปดาห์หลังฉีด ซึ่งในช่วงนี้เราจะได้เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน
อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องคำนึงคือ ผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกไม่ได้อยู่ถาวร โดยเฉลี่ยโบท็อกจะมีฤทธิ์อยู่ที่ 4 – 6 เดือน และโบท็อกแท้สามารถสลายหมด 100% โดยไม่มีสารตกค้าง สามารถกลับไปฉีดซ้ำได้หากต้องการ แต่ก็ควรเข้ารับคำปรึกษาจากคุณหมอก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดการดื้อยานั่นเอง
โบท็อกมีราคาเท่าไหร่บ้าง?
ปัจจุบันนี้ โบท็อกมียี่ห้อที่หลากหลายทั้งจากประเทศอเมริกา เกาหลี เยอรมัน และอื่นๆ ดังนั้นราคาโบท็อกจึงมีหลากหลายมาก ตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น (ขึ้นอยู่กับจำนวนยูนิต) ซึ่งหากใครที่สงสัยว่าจะเลือกโบท็อกยี่ห้อไหนดี? สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ก่อนฉีดโบท็อกควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?
ก่อนจะดูดีได้ ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม อีกทั้งเข้ามาพบกับแพทย์ก่อน เพื่อทำการตรวจผิวหนัง และปรึกษาเกี่ยวกับบริเวณที่จะฉีด เพื่อความปลอดภัยต่อร่างกายและให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ซึ่งมีหลายๆ จุดที่เราควรใส่ใจ ดังนี้
- เลือกใช้โบท็อกของแท้ มีการรับรองจากอย. ไทย และสามารถตรวจสอบได้
- งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนฉีดโบท็อกอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- หยุดการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS ได้แก่ Ibuprofen และ Naproxen
- งดทานวิตามินที่มีฤทธิ์ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา สารสกัดจากโสม หรือใบแปะก๊วย เป็นต้น
- แจ้งแพทย์ผู้ดูแลให้ทราบถึงโรคประจำตัวหรืออาการแพ้ยาก่อนเข้ารับหัตถการ
- ควรเลือกฉีดโบท็อกกับแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ และคลินิกโบท็อกที่น่าเชื่อถือ
หลังฉีดโบท็อกควรดูแลตัวเองอย่างไร?
พอฉีดโบท็อกเสร็จเรียบร้อยแล้ว การดูแลตัวเองก็เป็นเรื่องสำคัญเพราะหากละเลย ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาทีหลังได้ ในทางกลับกันถ้าดูแลตัวเองได้ดี โบท็อกก็จะสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีข้อแนะนำ เช่น
- งดการนอนราบ 3 – 4 ชั่วโมงหลังฉีด
- งดการกด นวด หรือถูบริเวณที่ฉีด เพราะอาจส่งผลต่อการกระจายตัวของโบท็อกไปยังส่วนที่ไม่ต้องการ
- งดการแต่งหน้าหลังฉีดโบท็อกซ์ภายในวันที่ฉีด แต่สามารถแต่งหน้าได้ในวันถัดไป
- หลีกเลี่ยงแดดจัดในช่วงแรก และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมในที่ร้อน อาทิ การแช่น้ำอุ่น ซาวน่า การอบไอน้ำ หรือเลเซอร์หลังฉีด 2 – 4 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงหรืองดการสูบบุหรี่ เนื่องจากจะทำให้โบท็อกสลายไวกว่าปกติ
- งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงอาหารหมักดองและอาหารที่มีรสเผ็ดจัด
- ควรมาพบแพทย์ตามนัดเสมอ ในกรณีที่มีนัดติดตามผล
เลือกคลินิกโบท็อกที่ไหนดี? ให้ปลอดภัยและเห็นผลจริง
การฉีดโบท็อกเป็นหัตถการที่นับวันยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้น ทุกวันนี้จึงมีคลินิกจำนวนมากเปิดให้บริการ รวมไปถึงมี “หมอปลอม” และ “โบท็อกเถื่อน” ปะปนอยู่ด้วย ดังนั้น เราต้องเลือกพิจารณาคลินิกโบท็อกหรือสถานเสริมความงามให้ดีก่อนว่าเชื่อถือได้จริงหรือไม่
- เลขใบอนุญาตคลินิกถูกต้อง และมีแสดงให้เห็นหน้าคลินิก
- ชื่อของแพทย์จะต้องสามารถตรวจสอบกับ แพทย์สภาได้ (สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ https://tmc.or.th/)
- โบท็อกต้องสามารถตรวจสอบได้ โดยอาจนำเลขล็อตไปตรวจสอบกับผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า บางยี่ห้ออาจมี QR Code ข้างขวดที่สามารถสแกนและตรวจสอบได้
Anna Clinic ผู้เชี่ยวชาญในการปรับรูปหน้า
Anna Clinic คือผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้า We are the Facialist ด้วยประสบการณ์การทำหัตถการที่สั่งสมมามากกว่า 10 ปี โดยแพทย์จะเป็นผู้คอยดูแลในทุกขั้นตอนของการฉีดโบท็อก จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการบริการที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน การันตีด้วยตัวยาแท้ที่ปลอดภัยและมีคุณภาพได้มาตรฐานอย. จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถเห็นผลลัพธ์ความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ได้รูปหน้าสวยเป็นธรรมชาติ
หากสนใจฉีดโบท็อกสามารถติดต่อ Anna Clinic ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้า ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
เบอร์โทรศัพท์ 063-556-2626 หรือ LINE @annaclinic
ติดตามเราบน Social Media เพื่อไม่พลาดข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ๆ
Facebook: Anna Clinic
Instagram: annaclinic






