ในวงการเสริมความงามปัจจุบัน มีเทคโนโลยีและเทคนิคใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพื่อตอบโจทย์ด้านความงามอย่างครบครัน โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ซึ่งก็มีหลายวิธีสำหรับสาเหตุที่ต่างกัน อาทิ โบท็อกสำหรับลดขนาดกล้ามเนื้อ เมโสแฟตสำหรับฉีดสลายไขมัน หรือฟิลเลอร์สำหรับเติมเต็ม เป็นต้น
อีกหนึ่งหัตถการที่กำลังได้รับความสนใจก็คือ “อัลเทอร่า” และมีผู้คนเข้ามารับการรักษามากมาย สำหรับใครที่สนใจว่า Ulthera คืออะไร? มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง? Anna Clinic จะพามาทำความรู้จักแบบละเอียดในบทความนี้กันเลย
รู้จัก “อัลเทอร่า” หัตถการยกกระชับใบหน้า!
อัลเทอร่า หรือ Ultherapy เป็นเทคโนโลยีในการยกกระชับใบหน้า โดยการยิงคลื่นเสียงความถี่สูง (Focused Ultrasound) ไปยังชั้นผิว SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่คุณหมอใช้ในการผ่าตัดศัลยกรรมดึงใบหน้าหรือผิวชั้นลึกนั่นเอง


ด้วยเทคโนโลยีที่เฉพาะเจาะจงแบบนี้ อัลเทอร่ามีข้อดีในการยกกระชับหน้าโดยที่ไม่ต้องผ่าตัด ให้ผลลัพธ์ชัดเจน ริ้วรอยแลดูตื้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรอยตีนกา ร่องน้ำหมาก หรือร่องหน้าผาก อีกทั้งทำให้รูขุมขนกระชับขึ้นด้วย
โดยทั่วไปในคลินิกอัลเทอร่าจะใช้เครื่องอัลเทอร่าที่มี “หัว” ในขนาดที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้ ซึ่ง Anna Clinic มีหัวอยู่ 2 ระดับความลึก ได้แก่
- หัวระดับความลึก 3.0 mm. – สำหรับผิวชั้นไขมัน (คอลลาเจนแนวตั้ง) ช่วยแก้ปัญหาบริเวณหน้าผาก รอบดวงตา และกระชับชั้นไขมัน
- หัวระดับความลึก 4.5 mm. – สำหรับผิวชั้นกล้ามเนื้อ (คอลลาเจนแนวนอน) ช่วยยกกระชับแก้ม เหนียง และลำคอ จะยิงที่ผิวหนังชั้น SMAS
Ulthera, HIFU และ Themarge แตกต่างกันอย่างไร?
เชื่อว่าหลายคนคงกำลังสับสนระหว่างเทคโนโลยี 3 ชิ้นนี้อย่างแน่นอน เพราะดูเผินๆ ก็คล้ายๆ กันหมด แถมยังให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันอีกด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วทั้ง Ulthera, Hifu และ Themarge นั้นเป็นเทคโนโลยีที่ไม่เหมือนกัน แต่จะแตกต่างอย่างไรนั้น Anna Clinic สรุปมาให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้
- Ulthera – ใช้อัลตราซาวด์พลังสูงที่มีชื่อว่า “MFU-V (Microfocus Ultherasound with Visualization)” และมีหน้าจอแสดงภาพชั้นใต้ผิวหนังแบบเรียลไทม์ มีขนาดจุดโฟกัสที่ใหญ่ จึงส่งพลังงานได้เสถียรและยิงพลังงานได้ดี แต่มีราคาสูงกว่าหัตถการอื่น
– ช่วงราคา Ulthera อยู่ที่ 10,000 – 200,000 บาท ต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับจุดที่ทำ
– เหมาะกับผู้ที่มีไขมันน้อยและต้องการยกกระชับผิวหน้าให้เต่งตึงขึ้น
– มีประสิทธิภาพสูง แต่คนไข้จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยขณะทำ (สามารถลดค่าพลังงานลงได้)
– ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1.5 – 2 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล - HIFU – คือ High Intensity Focus Ultrasound เทคโนโลยีที่มีต้นแบบจาก Ultherapy ซึ่งยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์เช่นกัน แต่เครื่อง HIFU นั้น มีหลายยี่ห้อ หลายเกรด ทำให้ประสิทธิภาพในการยกกระชับผิวแตกต่างกันไป ซึ่งส่วนใหญ่มีราคาที่ถูกกว่าวิธีอื่น
– ช่วงราคา HIFU อยู่ที่ 1,000 – 40,000 บาท ต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับจุดที่ทำ
– ให้ความรู้สึกเจ็บปานกลาง แต่ให้ประสิทธิภาพที่น้อยกว่า Ulthera
– ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 3 – 4 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล - Thermage – เครื่องชนิดนี้ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ยิงไปยังชั้นผิวหนังชั้นใต้หนังแท้ (Hypodermis) ซึ่งเป็นที่อยู่ของคอลลาเจน โดยจะปล่อยความร้อน ทําให้คอลลาเจนเกิดการหดตัวและกระตุ้นให้คอลลาเจนสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ทำให้ผิวเรียบเนียนและยกกระชับขึ้น
– ช่วงราคา Thermage อยู่ที่ 5,000 – 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและจุดที่ทำ ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงเลยทีเดียว
– เหมาะกับผู้ที่มีชั้นไขมันเยอะ ผิวหย่อนคล้อยไม่กระชับ และขาดคอลลาเจน
– ขณะทำคนไข้อาจรู้สึกเจ็บร้อน ต่างจาก HIFU ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเข็มทิ่ม
– ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6 เดือน – 1 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ข้อดีและข้อเสียของอัลเทอร่ามีอะไรบ้าง?
พอได้ทราบเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับอัลเทอร่าในเบื้องต้นไปแล้ว Anna Clinic ก็ขอพาสาวๆ ทุกคนมาดูข้อดีและข้อเสียของหัตถการนี้กันเลย
ข้อดีของอัลเทอร่า
- การทำ Ulthera เป็นการยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด จึงไม่ต้องเตรียมตัวมากมายนัก
- สามารถรักษาได้อย่างแม่นยำ เพราะเครื่อง Ulthera มีหน้าจอที่สามารถแสดงภาพใต้ชั้นผิวหนังขณะที่แพทย์ทำการรักษาได้แบบเรียลไทม์ (Real-Time)
- เป็นหัตถการที่ปลอดภัยสูงและเป็นเทคโนโลยีที่ผ่านการยอมรับจากองค์กรทั่วโลก
- เห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกมากถึง 30% อีกทั้งไม่มีรอยหรือแผลหลังทำ
- ไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
- ผลลัพธ์ของอัลเทอร่าอยู่ได้นาน 1.5 – 2 ปี (ขึ้นอยู่กับบุคคล)


ข้อเสียของอัลเทอร่า
- ระหว่างทำอัลเทอร่า คนไข้อาจจะมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อย ซึ่งแต่ละคนก็สามารถทนเจ็บได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว บางคนอาจจะเจ็บค่อนข้างมาก หรือไม่เจ็บเลยก็ได้
- หลังจากทำ Ulthera คนไข้บางรายอาจมีรอยแดงเกิดขึ้น แต่สามารถหายได้เอง ภายใน 1 ชั่วโมง
- คนไข้อาจจะมีอาการบวมประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วแต่สภาพผิวของแต่ละคน
- ราคาค่าบริการค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับการทำ HIFU
ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อดีข้อเสียเบื้องต้นของอัลเทอร่า สำหรับสาวๆ คนไหนที่อยากยกกระชับใบหน้า ขอแนะนำว่าให้ค้นหาคลินิกอัลเทอร่าที่มีคุณภาพและมีแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางก่อนตัดสินใจ เพื่อให้แน่ใจว่จะสวย ดูดีได้ แบบปลอดภัย ไร้กังวล
ทำอัลเทอร่าที่ Anna Clinic ยกกระชับใบหน้า สวยได้อย่างมั่นใจ
Anna Clinic มีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในเรื่องการปรับรูปหน้าให้บริการในทุกขั้นตอนการรักษา เราจะออกแบบรูปหน้าเป็นรายบุคคล (Individual Facial Design) ประกอบกับตัวยาของแท้ที่ปลอดภัยและมีมาตรฐาน เพื่อให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุด จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนและน่าพึงพอใจ
หากสนใจปรับรูปหน้าให้เป็นไปตามต้องการ สามารถติดต่อ Anna Clinic ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้า ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
โทร. 063-556-2626 หรือ LINE @annaclinic
อย่าลืมติดตามเราบน Social Media เพื่อไม่พลาดข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ๆ
Facebook: Anna Clinic
Instagram: annaclinic






