โบท็อก เป็นอีกหนึ่งหัตถการเสริมความงามที่ได้รับความนิยมในหมู่หนุ่มสาวที่ต้องการคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวหน้า เพราะนอกจากจะสามารถช่วยในการลดปัญหาร่องลึกและป้องกันริ้วรอยที่อาจจะเกิดในอนาคตได้ ยังช่วยปรับรูปหน้าให้มีมิติสวยงาม หลายคนจึงหันมา “ฉีดโบ” กันมากขึ้น
วันนี้ Anna Clinic จะมาแนะนำวิธีดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังฉีดโบท็อก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุด ให้ได้ใบหน้าอ่อนเยาว์จะได้อยู่คู่กับเราไปนานๆ
ทำไมต้องโบท็อก?
หลายคนอาจจะไม่ทราบว่า โบท็อก หรือ โบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) มีคุณสมบัติในการยับยั้งการทำงานของ “กล้ามเนื้อ” โดยการทำงานของโบท็อกจะออกฤทธิ์กับระบบประสาทแอซิติลโคลีน (Acetylcholine) ทำให้เซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทมาที่กล้ามเนื้อได้ ส่งผลให้กล้ามเนื้อคลายตัวชั่วคราว ริ้วรอยต่างๆ จึงลดลง ซึ่งพอไม่ได้ใช้งานกล้ามเนื้อนานๆ กล้ามเนื้อก็จะมีขนาดลดลงด้วยจึงสามารถใช้ในการปรับรูปหน้าได้นั่นเอง เพราะมีคุณสมบัติที่ดีมากมาย สารโบทูลินัม ท็อกซินที่สกัดบริสุทธิ์จึงเป็นที่นิยมในวงการความงามอย่างมาก
พูดได้ว่า การฉีดโบท็อกบนใบหน้าจะสามารถช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กลง รวมทั้งแก้ไขปัญหาริ้วรอยร่องลึกต่างๆ ให้กลับมากระชับขึ้น ป้องกันริ้วรอยแห่งวัยอีกด้วย ดังนั้นหนุ่มๆ สาวๆ ที่อายุยังน้อยแม้จะยังไม่มีริ้วรอยก็สามารถฉีดโบท็อกเพื่อป้องกันผิวแก่ก่อนวัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
โบท็อกช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
อย่างที่บอกไปข้างต้น โบท็อกมีคุณสมบัติหลักคือ ช่วยลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า และฟื้นฟูผิวพรรณ Anna Clinic ขออธิบายเพิ่มเติมดังนี้
ลดริ้วรอย
เนื่องจากโบท็อกทำให้ขยับกล้ามเนื้อได้น้อยลง การฉีดตัวยาในปริมาณและตำแหน่งที่เหมาะสมจะสามารถช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยต่างๆ รอบใบหน้าไม่ว่าจะเป็นรอยตีนกา ริ้วรอยใต้ตา ริ้วรอยบนหน้าผาก รวมถึงลดความหย่อนคล้อยของผิวหนังได้ ซึ่งจะเห็นผลได้ภายใน 1 สัปดาห์หลังฉีด และผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 4 – 6 เดือน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันด้วย เพราะถ้าหากมีการแสดงสีหน้ามากหรือมีปัจจัยที่ทำให้เกิดริ้วรอยเพิ่ม ริ้วรอยก็จะกลับมาได้เร็วกว่าที่ประเมินไว้
ริ้วรอยบนใบหน้ามีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่
- ริ้วรอยที่เกิดจากการขยับหน้า (Dynamic Line)
เช่น รอยตีนกา ร่องหว่างคิ้ว ริ้วหน้าผาก สาเหตุของริ้วรอยประเภทนี้คือการแสดงสีหน้า ไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม การหัวเราะ การเลิกหน้าผาก การขมวดคิ้ว พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลให้ผิวหนังถูกกดซ้ำๆ กล้ามเนื้อหดตัวจนกระทั่งเกิดเป็นริ้วรอย นอกจากนี้ยังมีสาเหตุมาจากอายุที่เพิ่มขึ้นเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดริ้วรอยได้ ริ้วรอยชนิดนี้สามารถรักษาได้ด้วยโบท็อกนั่นเอง
- ริ้วรอยที่สามารถมองเห็นได้แม้ไม่แสดงสีหน้า (Static Line)
เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องใต้ตา ร่องระหว่างคิ้ว ซึ่งริ้วรอยประเภทนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยโบท็อก แต่อาจต้องใช้การฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้น
ปรับรูปหน้า
เพราะโบท็อกช่วยทำให้กล้ามเนื้อเล็กลง จึงสามารถเปลี่ยนรูปทรงใบหน้าที่ดูอวบให้เรียวเล็กลงได้ แพทย์จึงนิยมฉีดบริเวณขากรรไกรและกรามเพื่อปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติขึ้น การฉีดโบท็อกลดกรามต้องอาศัยความเชี่ยวชาญค่อนข้างสูง จำเป็นต้องฉีดทั้งสองข้างให้สมมาตรด้วยปริมาณยาที่เหมาะสม เพื่อให้กล้ามเนื้อหดตัวเท่ากัน เพราะหากฉีดตัวยาในปริมาณที่มากเกินไป อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างการเคี้ยวอาหาร รวมถึงอาจทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ ดังนั้น ควรเลือกฉีดโบท็อกกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 4 – 6 เดือน
ฟื้นฟูผิว
การฉีดโบท็อกที่กล้ามเนื้อและต่อมไขมันสามารถช่วยให้รูขุมขนเล็กลง ช่วยลดปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อย ส่งผลให้ผิวเรียบเนียน กระชับ แลดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้ฉีดบริเวณรักแร้เพื่อลดเหงื่อได้อีกด้วย


ข้อปฏิบัติก่อนและหลังการฉีดโบท็อก
หากตัดสินใจได้แล้วว่าจะฉีดโบท็อก หนุ่มๆ สาวๆ ควรศึกษาข้อปฏิบัติก่อนและหลังฉีดให้ดี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อก
- ควรตรวจสุขภาพร่างกายว่าปกติดี ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และไม่ได้อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนการฉีดโบท็อก
- งดการใช้ยาแก้ปวด ยาแอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDS อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนทำหัตถการเพื่อป้องกันอาการฟกช้ำ รวมถึงการงดวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิงพริมโรส เป็นต้น
- แจ้งแพทย์ถึงปัญหาที่กังวลและความต้องการก่อนฉีด
- เลือกคลินิกที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน โดยจะต้องใช้โบท็อกแท้เท่านั้น แพทย์ควรผสมตัวยาให้ดูก่อนฉีดทุกครั้ง นอกจากนี้ ควรเลือกฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้าและมีประสบการณ์ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่จะตามมา
การดูแลหลังตัวเองฉีดโบท็อก
- หลังทำหัตถการควรขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทุกๆ 15 นาทีเพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ดีมากยิ่งขึ้น
- งดนอนราบเป็นเวลาประมาณ 4 ชั่วโมงหลังฉีด เพื่อป้องกันการไหลของโบท็อก
- หลีกเลี่ยงบริเวณที่ฉีดไม่ให้โดนความร้อนเป็นเวลา 1 – 2 สัปดาห์ งดการอบซาวน่า แช่น้ำอุ่น หรือรับประทานอาหารที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อน
- ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนัก เพราะจะทำให้ตัวยาสลายเร็วขึ้น
- งดการกดนวดบริเวณที่ฉีด 1 เดือน เพราะอาจทำให้ตัวยากระจายไปที่กล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตา
- งดการทำทรีตเมนต์หรือเลเซอร์ 2 สัปดาห์ แต่สามารถทาสกินแคร์ได้ตามปกติ
- กรณีฉีดโบท็อกลดกราม ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง 2 ข้างเท่าๆ กันหลังฉีด เพื่อให้ตัวยากระจายเข้ากล้ามเนื้อได้ดียิ่งขึ้น
ฉีดโบท็อกที่ Anna Clinic ยังไงก็ดีกว่า
เรามีทีมแพทย์ที่มากประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ เข้ามาให้บริการในทุกขั้นตอนของการฉีดโบท็อก นอกจากนี้ เรายังใช้ตัวยาแท้ที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ ได้มาตรฐานอย. จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถเห็นผลลัพธ์ความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ได้รูปหน้าสวยตามต้องการแน่นอน
หากสนใจฉีดโบท็อกสามารถติดต่อ Anna Clinic ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้า ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
เบอร์โทรศัพท์ 063-556-2626 หรือ LINE @annaclinic
ติดตามเราบน Social Media เพื่อไม่พลาดข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ๆ
Facebook: Anna Clinic
Instagram: annaclinic






